ทำไมการดึงข้อมูลราคาจาก Google Hotels ถึงเป็นเรื่องท้าทาย
เวลาเราอยากทำแอปพลิเคชันเกี่ยวกับท่องเที่ยว หรืออยากเปรียบเทียบราคาที่พัก สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือการดึงข้อมูลจาก Google Hotels เพราะเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่พักทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว Google ไม่มี Public API (ช่องทางสื่อสารสำหรับดึงข้อมูลที่เปิดให้คนทั่วไปใช้งาน) ให้เราเรียกใช้เพื่อดูราคาที่แสดงอยู่บนหน้าจอได้โดยตรงเลย
ในอดีต Google เคยมีโปรแกรมสำหรับพันธมิตรโรงแรม แต่ปัจจุบันได้ปิดรับผู้ใช้งานใหม่ไปนานแล้ว และไม่มีเครื่องมืออื่นมาทดแทนอย่างเป็นทางการ ทำให้คนที่อยากได้ข้อมูลราคาแบบ Structured Data (ข้อมูลที่มีโครงสร้างจัดระเบียบไว้แล้ว เช่น ตารางหรือไฟล์ JSON) ต้องหาวิธีอื่นมาแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง
สำหรับนักพัฒนาที่เพิ่งเริ่มต้น การจะดึงข้อมูลจากหน้าเว็บโดยตรง หรือที่เรียกว่า Web Scraping (การเขียนโปรแกรมดึงข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์) นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโครงสร้างหน้าเว็บของ Google มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้โปรแกรมที่เขียนไว้มักจะพังหรือแสดงผลผิดพลาดเมื่อ Google มีการอัปเดตหน้าตาเว็บไซต์
ทำไมโปรแกรมดึงข้อมูลส่วนใหญ่ถึงใช้งานไม่ได้นาน
ปัญหาหลักของหน้าเว็บ Google Hotels คือข้อมูลราคา คะแนนรีวิว หรือข้อเสนอจากตัวแทนขาย ไม่ได้ถูกจัดวางในรูปแบบที่อ่านง่าย แต่มันถูกเก็บอยู่ใน Positional Arrays (ชุดข้อมูลที่ระบุตำแหน่งด้วยลำดับตัวเลข) ซึ่งหมายความว่าข้อมูลแต่ละอย่างถูกระบุด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ไม่ใช่ชื่อหัวข้อที่ชัดเจน
สมมติว่าคุณเขียนโปรแกรมให้ไปหยิบข้อมูลที่ตำแหน่งเลข 5 มาแสดงเป็น "ราคาต่อคืน" แต่ถ้าวันดีคืนดี Google เปลี่ยนลำดับการวางข้อมูลใหม่ ข้อมูลที่ตำแหน่งเลข 5 อาจกลายเป็น "คะแนนรีวิว" แทน ทำให้โปรแกรมของคุณทำงานผิดพลาดโดยที่มันไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังดึงข้อมูลผิดชุดมาให้คุณ
การจะรักษาให้โปรแกรมดึงข้อมูลทำงานได้ตลอดรอดฝั่ง คุณต้องมี Fixtures (ข้อมูลตัวอย่างที่ใช้ทดสอบ) สำหรับทุกรูปแบบการตอบกลับ และต้องมีระบบตรวจสอบที่แจ้งเตือนทันทีเมื่อโครงสร้างหน้าเว็บเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นงานที่หนักมากสำหรับโปรแกรมเมอร์มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มฝึกฝน
ทางเลือกใหม่สำหรับนักพัฒนาด้วย Apify Actor
เมื่อการสร้างเครื่องมือดึงข้อมูลด้วยตัวเองทำได้ยาก ทางเลือกที่ฉลาดกว่าคือการใช้ Apify Actor (โปรแกรมสำเร็จรูปที่รันบนคลาวด์เพื่อทำงานดึงข้อมูล) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดการเรื่องความซับซ้อนของโครงสร้างหน้าเว็บไว้ให้หมดแล้ว คุณแค่ส่งคำสั่งไป แล้วรอรับผลลัพธ์ที่จัดระเบียบมาให้เรียบร้อย
ข้อดีของการใช้ Actor ที่มีการดูแลอยู่ตลอดเวลาคือ คุณไม่ต้องกังวลเรื่อง Proxy (เซิร์ฟเวอร์ตัวกลางที่ช่วยปกปิดตัวตนหรือหลบเลี่ยงการบล็อก) เพราะระบบจัดการให้เองทั้งหมด และถ้าวันไหนที่ Google เปลี่ยนโครงสร้างหน้าเว็บจนระบบดึงไม่ได้ Actor จะแจ้งเตือนด้วยสถานะที่ชัดเจน แทนที่จะคืนค่าว่างเปล่ากลับมาให้คุณเสียเวลาตรวจสอบ
หากคุณกำลังทำโปรเจกต์อย่างแอปท่องเที่ยว หรืออยากสร้าง AI Agent (โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานแทนมนุษย์) ที่ต้องการข้อมูลราคาแบบเรียลไทม์ การเรียกใช้ผ่าน API ของ Apify จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการดูแลรักษาโค้ด และเอาเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาฟีเจอร์หลักของแอปคุณได้มากกว่า
ตัวอย่างการใช้งานดึงข้อมูลด้วย Python
ก่อนจะเริ่มเขียนโค้ด คุณต้องติดตั้งไลบรารีของ Apify ผ่านคำสั่ง pip install apify-client ในหน้า Terminal (โปรแกรมพิมพ์คำสั่งสำหรับควบคุมคอมพิวเตอร์) ของคุณก่อน จากนั้นจึงเริ่มเรียกใช้งานผ่านโค้ด Python เพื่อดึงข้อมูลโรงแรมในจุดหมายที่คุณต้องการ
from apify_client import ApifyClient
# เชื่อมต่อกับระบบด้วย Token ของคุณ
client = ApifyClient("YOUR_APIFY_TOKEN")
# สั่งให้ Actor เริ่มทำงานค้นหาโรงแรม
run = client.actor("yappman/google-hotels-prices").call(
run_input={
"mode": "search",
"searches": [{"destination": "Lisbon", "checkIn": "2026-10-12", "checkOut": "2026-10-14", "adults": 2}],
"maxItems": 10
}
)
# วนลูปอ่านข้อมูลจากผลลัพธ์ที่ได้
for row in client.dataset(run.default_dataset_id).iterate_items():
print(row["name"], row["leadPrice"]["perNight"])
โค้ดด้านบนเริ่มต้นด้วยการเรียกใช้ ApifyClient เพื่อสร้างการเชื่อมต่อ จากนั้นส่งคำสั่งไปยัง Actor ด้วยพารามิเตอร์ปลายทางและวันที่เข้าพัก สุดท้ายคือการวนลูปเพื่อดึงชื่อโรงแรมและราคาต่อคืนออกมาแสดงผล
ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นรายชื่อโรงแรมพร้อมราคา เช่น "Independente Principe Real 120.76" ซึ่งข้อมูลนี้คือข้อมูลจริงที่ดึงออกมาจาก Google Hotels ในรูปแบบที่พร้อมเอาไปใช้งานต่อในโปรเจกต์ของคุณทันที
การจัดการข้อมูลขั้นสูงและการวิเคราะห์ราคา
นอกจากราคาเริ่มต้นแล้ว คุณยังสามารถสั่งให้ดึง Vendor Rates (ราคาจากตัวแทนจำหน่ายหลายแห่ง เช่น Booking.com หรือ Agoda) ได้ด้วย ซึ่งข้อมูลส่วนนี้มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องการสร้างเครื่องมือเปรียบเทียบราคา เพื่อดูว่าจองผ่านช่องทางไหนคุ้มค่าที่สุด
การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ทำได้ง่ายๆ โดยการเพิ่มพารามิเตอร์ "includeVendorRates": True ลงในคำสั่งเรียกใช้งาน ระบบจะส่งข้อมูลราคาทุกเจ้าที่มีใน Google กลับมาให้คุณครบถ้วนในรูปแบบรายการ (List) ที่คุณสามารถนำไปประมวลผลต่อได้
สำหรับคนที่อยากได้ข้อมูลแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมซับซ้อน คุณสามารถใช้ cURL (คำสั่งส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย) เพื่อเรียก API โดยตรงและรับผลลัพธ์ออกมาเป็นไฟล์ CSV ได้ทันที ซึ่งเหมาะมากสำหรับการทำรายงานหรือวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นใน Excel
curl -X POST "https://api.apify.com/v2/acts/yappman~google-hotels-prices/run-sync-get-dataset-items?token=YOUR_APIFY_TOKEN&format=csv" \
-H "content-type: application/json" \
-d '{"mode":"search","searches":[{"destination":"Lisbon","checkIn":"2026-10-12","checkOut":"2026-10-14"}],"maxItems":5}'
คำสั่งนี้เป็นการส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Apify โดยตรงผ่านโปรโตคอล HTTP โดยระบุรูปแบบผลลัพธ์เป็น csv ซึ่งระบบจะรอให้การดึงข้อมูลเสร็จสิ้นแล้วส่งไฟล์กลับมาให้คุณดาวน์โหลดได้เลย
ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นไฟล์ที่มีคอลัมน์ชื่อโรงแรม ราคา และข้อมูลอื่นๆ เรียงกันมาให้เสร็จสรรพ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของราคาในพื้นที่นั้นๆ ได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที
สรุป: เริ่มต้นเส้นทางโปรแกรมเมอร์กับการจัดการข้อมูล
การเข้าใจว่า Google ไม่มี Public API เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้มือใหม่รู้ว่า การหาข้อมูลจากโลกออนไลน์ต้องอาศัยทักษะการแก้ปัญหาและการเลือกใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง แทนที่จะพยายามเขียนโค้ดดึงข้อมูลเองตั้งแต่ศูนย์จนเสียเวลาไปเปล่าๆ
หากคุณกำลังทำโปรเจกต์เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอ การใช้เครื่องมืออย่าง Apify Actor ไม่ได้แสดงถึงความขี้เกียจ แต่มันแสดงถึงความเข้าใจในหลักการ Efficiency (ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของทรัพยากร) ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทซอฟต์แวร์มองหาในตัวโปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่
จงจำไว้ว่าเป้าหมายของการเขียนโปรแกรมคือการแก้ปัญหา ไม่ใช่การเขียนทุกอย่างด้วยตัวเอง ลองนำตัวอย่างที่ให้ไปปรับใช้กับโปรเจกต์ท่องเที่ยวของคุณดู แล้วคุณจะพบว่าการดึงข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการก้าวไปสู่การเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ
ที่มา: How to get Google Hotels prices with an API in 2026 — DEV Community